การประชุมชมรมเพื่อนไบโพลาร์ ประจำเดือนมกราคม 2555 วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2555 เวลา 14.00 -16.00 น. ที่สมาคมสายใยครอบครัว ตึกกายภาพชั้น 2 โรงพยาบาลศรีธัญญา โดย 2 วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ “หัวเราะบำบัด” โดย คุณพันธ์ศักดิ์ โรจน์วาธรรม และ “จิตอาสาพาสุขใจ” โดยคุณรัชนี แมนเมธี สำรองที่นั่งได้ที่ : 02-968-9659 และ 086-300-
BIPOLAR FRIEND CLUB ความมุ่งหวัง ในการจัดตั้งชมรม รวบรวมสมาชิกที่มีประสบการณ์ตรงกับโรคไบโพลาร์ ญาติ เพื่อน และผู้สนใจ จัดตั้งศูนย์เป็นที่ประสานงานและจัดกิจกรรม ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค วิธีการดูแลรักษาตนเองและส่งเสริมศักยภาพของผู้ป่วยเอง ประชาสัมพันธ์ให้ชมรมเป็นที่รู้จักและเผยแพร่เรื่องโรคให้คนทั่วไปมีความเข้าใจมากขึ้น
เพลงไบโพลาร์วันฟ้าใหม่ เพื่อการรณรงค์ ลดรอยมลทิน (Destigma) แก่ผู้ป่วยจิตเวช ประพันธ์คำร้องและทำนอง โดย อาจารย์ธานินทร์ เคนโพธิ์ ขับร้อง โดย นายแพทย์ สันติชัย ฉ่ำจิตรชื่น
โรคไบโพลาร์หรือที่เรียกว่าโรคอารมณ์สองขั้วนั้นเป็นอาการป่วยทางจิตและทางอารมณ์ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยถึง 1.2% ของประชากร นั่นคือประมาณ 720,000 คน ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี และผู้ป่วยร้อยละ 25 เกิดอาการครั้งแรก ก่อนอายุ 20 ปี และพบได้ตั้งแต่เด็ก 5-6 ขวบ ถึงวัยชรา 80 ปี โรคนี้ทั้งชายและหญิงมีสิทธิ์เป็นได้เท่าๆกัน แต่มีผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง เนื่องจากโรคนี้วินิจฉัยยาก กว่าจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ก็เกิดความเสียหายต่อผู้ป่วยและครอบครัวอย่างใหญ่หลวงแล้ว โดยที่ตัวผู้ป่วยเองและครอบครัวก็ไม่รู้ไม่เข้าใจว่าผู้ป่วยเป็นอะไร เมื่อผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าป่วย โดยเฉพาะในช่วงแรกขณะที่อาการยังไม่มาก ผู้ป่วยไม่ตระหนักว่า ตนเองค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จะหายดีได้ก็จำเป็นต้องมีคนที่เข้าใจและรู้ว่าอาการเหล่านี้คือ โรคจิตเวชชนิดหนึ่ง พาไปพบจิตแพทย์ เริ่มต้นกระบวนการบำบัดรักษา บุคคลนั้นอาจจะเป็นเพื่อนหรือญาติก็ได้ ความเข้าใจของคนใกล้ชิดและญาติมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจที่จะรักษา ให้ตนเองกลับเป็นปกติ ญาติยังมีส่วนสำคัญในการสังเกตว่าผู้ป่วยกำลังจะกลับป่วยซ้ำหรือไม่ การใช้ยารักษาและการฟื้นฟูสภาพจิตเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาผู้ป่วยทางจิต แต่ขั้นตอนที่สำคัญกว่าและยากยิ่งกว่าหลังจากนั้นก็คือการพลิกฟื้นจากตราบาปของการป่วยทางจิตไม่เพียงผู้เคยป่วยเท่านั้น แต่ญาติและครอบครัวของคนเหล่านี้ยังจำเป็นต้องได้รับโอกาสและการสนับสนุน ให้ตระหนักว่า คุณค่าแห่งชีวิตของตนยังดำรงอยู่ครบถ้วน ยังต้องได้รับโอกาสที่จะเข้าใจอีกด้วยว่า การมีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคจิตเวชไม่ใช่เรื่องน่าอับอายหรือน่าดูหมิ่น แม้โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่เข้าใจยาก แต่สังคมก็คงต้องเรียนให้รู้และเข้าใจ อย่างน้อยที่สุด ก็ในขั้นพื้นฐานว่าโรคไบโพลาร์และโรคจิตเวชโดยรวมเป็นโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทบางประเภทในสมอง รักษาได้เช่นเดียวกับโรคอื่นๆ ผู้ป่วยไม่ได้ป่วยเพราะไปทำสิ่ง น่าละอายใดๆ ผู้ป่วยโรคจิตเวชเป็นสมาชิกคนหนึ่งเช่นเดียวกับทุกคนในสังคม ดังนั้น จึงไม่ควร ตีตราบาปผู้ป่วยอย่างไร้สติปัญญาและความยุติธรรม ในทำนองที่ว่าผู้ป่วยควรค่าแก่การนับถือน้อยกว่าคนอื่นๆ หรือครอบครัวของผู้ป่วยมีปัญหาและเป็นตัวการสร้างปัญหา เป็นต้นเหตุให้ผู้ป่วยต้องเป็นโรคทางจิตเวช การฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยให้ความรู้กับตัวผู้ป่วยและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วย มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้กับโรค รู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว และมาถึงทางตัน ทั้งผู้ป่วยและญาติอื่นๆ อีกจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน พร้อมจะเป็นกำลังใจให้กันและกัน
ไบโพล่าร์บอส “Bipolar” โรคนี้หลายคนคงเคยรู้จักกันมาบ้างแล้วว่าเป็นโรคทางจิตเวชโรคหนึ่ง แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ซึ้งและเคยมีประสบการณ์ร่วมถ้าไม่ใช่ผู้ป่วยเอง ครอบครัวผู้ป่วย หรือผู้ดูแล แน่นอน! ผู้ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับตัวโรคทั้งหมดได้ดีที่สุดก็คือผู้ที่ เกี่ยวข้องโดยตรง “BipolarBos” จึงเป็นการถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงผ่านตัวละครที่ชื่อ บอส ซึ่งป่วยเป็นโรคไบโพลาร์มานานนับสิบปี กับความสำเร็จอันสูงส่ง ความสูญเสียที่เหลือเชื่อ ตลอดจนการรักษาตัวอย่างไรให้อยู่อย่างมีความสุขโดยมีโรคไบโพลาร์คอยเป็นบัด ดี้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา เอาหล่ะทุกท่านพร้อมแล้วหรือยังที่จะย้อนเวลากลับไปดูกันซิว่าเกิดอะไรขึ้น กับชีวิตของบอสบ้าง ด้วยฝีมือของเจ้าโรคไบโพลาร์ แต่ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องราวของ “ไบโพลาร์บอส” ขอบอกไว้ก่อนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่ป่วยเป็นไบโพลาร์จะต้องเป็นอย่างบอส สิ่งที่เล่าเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัวของคนๆ หนึ่งเท่านั้น แต่ถึงกระนั้น บางเหตุการณ์ก็อาจเกิดขึ้นได้กับคนอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นคุณหรือใครๆ โลกของโรค บอส เป็นคนชลบุรีโดยกำเนิด พื้นฐานเป็นคนหน้าตาดี (ไบโพลาร์ขึ้น) ฐานะทางบ้านมีอันจะกินจะใช้ เรียกว่าสบายมาตั้งแต่จำความได้ พ่อแม่ก็แสนประเสริฐ อะไรที่ลูกต้องการและหาซื้อได้ด้วยเงินก็จะสรรหามาให้ บอสเลยเป็นคนที่มักจะมีอะไรๆ ที่คนอื่นเขาไม่มีอยู่เสมอ (เป็นคาแรคเตอร์ของคนที่ไบโพลาร์ชอบมาก) ในวัยเด็ก บอสเป็นคนขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง มองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ เป็นคนว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังผู้ใหญ่ มีสัมมาคารวะเนื่องจากได้รับการอบรมบ่มนิสัยและได้ตัวอย่างที่ดีจากพ่อแม่ ชีวิตบอสเริ่มมีบทบาทมากขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่น วัยที่เป็นตัวของตัวเอง มีอิสระทางความคิด ตั้งแต่ช่วงนี้เอง จากบอสเด็กน้อยไร้เดียงสา ก็ได้กลายมาเป็นไบโพลาร์บอสที่เป็นศูนย์กลางของเพื่อนๆ เนื่องจากเป็นคนกล้าแสดงออก ชอบทำกิจกรรม เป็นนักดนตรีที่มีแฟนคลับมากมาย เป็นนักกีฬาที่เล่นได้ดีเกือบทุกประเภท ประเภทไหนที่เล่นไม่ค่อยเก่งก็จะอาศัยอุปกรณ์ดีๆ กับเสื้อผ้าเลิศๆ เข้ามาเสริมเป็นการข่มคู่ต่อสู้ไว้ก่อน เรียกว่าฉันต้องเป็นที่หนึ่งเท่านั้น ความทะเยอทะยานอันสูงส่งมันเข้ามาเปลี่ยนชีวิตบอสตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เดี๋ยวก็อยากจะเป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติ สักพักก็อยากเป็นศิลปินค่ายแกรมมี่ และอะไรๆ อีกหลายอย่างที่เข้าคิวกันมาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ก็ทำไม่สำเร็จสักอย่าง เรียกว่าอยากทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา พอไม่สำเร็จสักเรื่องก็กลายเป็นคนจับจด
นับวันปัญหาอาชญากรรมในครอบครัวจะมีระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก สะท้อนให้เห็นถึงสภาพสังคมที่กำลังมีปัญหารุมเร้าอย่างหนัก และเมื่อไม่กี่วันที่ ผ่านมาก็มีข่าวชวนสลดในคดีที่ป้าซึ่งมีอาการทางจิตประสาทจับหลานชายและ หลานสาววัยเยาว์โยนลงมาจากคอนโดแล้วกระโดลงมาตายเองด้วย โศกนาฏกรรมสยองครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 21 มีนาคม โดย พ.ต.ท.มานิต นิปัจการนันท์ พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง รับแจ้งเหตุคนกระโดดตึกเสียชีวิต 3 ศพ ที่อาคารทีวีซี คอนโดนิเนียม ตรงข้ามซอยประชาสงเคราะห์ 24 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงและเขตดินแดง กทม. ที่เกิดเหตุบริเวณลานคอนกรีตระหว่างอาคาร 1 และ 2 ของคอนโดมิเนียมดังกล่าว พบศพ ด.ญ.ซูโฮะ สีภาเสน อายุ 6 ขวบ ด.ช.ยูตะ สีภาเสน อายุ 5 ขวบ และ น.ส.ภัทรา สีภาเสน อายุ 35 ปี ซึ่งคงไม่ต้องบรรยายว่า แต่ละศพจะมีสภาพน่าสยดสยองแค่ไหน เพราะทั้งหมดตกลงมาจากชั้น 9 ห้องเลขที่ 5259/196 ซึ่งเป็นห้องของ นายคาน สมศรี อายุ 61 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดดังกล่าว นายคาน ให้การว่าห้องของตนมีคนอาศัยอยู่รวมกัน 5 คน ได้แก่ ตน นางแปลง วิเศษมี อายุ
ความรู้เรื่องโลก ในชีวิตของคนทุกคนอาจจะไม่เคยสัมผัสหรือรู้จักโรคจิตเวชที่เรียกว่าโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) หรือ โรคอารมณ์แปรปรวน (Manic – depressive disorder) คุณรู้หรือไม่ว่าโรคนี้จะมีอาการคือ จะมีความผิดปกติทางอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรม คนที่เป็นโรคไบโพลาร์จะมีการเปลี่ยนอารมณ์ไปมาระหว่างอารมณ์คึกคักเกินเหตุ (Mania) สลับกับอารมณ์ซึมเศร้า (Depression) เพราะมีอาการสุดขั้ว 2 อย่าง จึงทำให้เรียกชื่อโรคนี้ว่าโรคไบโพลาร์ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันทั่วไป บางคนมีทั้งอารมณ์ 2 อารมณ์ในเวลาเดียวกัน ที่เรียกว่าภาวะอารมณ์ผสม (Mixed Episode) คุณทราบหรือไม่ว่าสาเหตุของโรคไบโพลาร์เกิดขึ้นได้อย่างไร….. การเกิดโรคไบโพลาร์อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ รายละเอียดด้านล่างอาจทำให้คุณเข้าใจสาเหตุของการเกิดโรคจิตเวชได้มากยิ่งขึ้น P พันธุกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าคนทุกคนที่ได้รับยีนส์จะต้องเป็นโรคจิตเวชเสมอไป P ความผิดปกติในการหลั่งสารเคมีในสมอง เมื่อมีสารสื่อประสาทมากหรือน้อยเกินไป ก็จะมีผลกระทบต่อเซลล์ประสาทในสมอง ทำให้การสื่อสารข้อมูลต่างๆ ถูกรบกวน ซึ่งมีผลทำให้เกิดปัญหาด้านจิตใจ อารมณ์ และร่างกาย P การที่สมองถูกทำลายและการทำงานของสมองเสื่อมถอย P ความเครียด และความวิตกกังวล มีผลกระทบอย่างมากต่ออารมณ์ มักจะเร่งให้เกิดอาการของโรคจิตเวช คุณรู้หรือไม่ว่าความเครียดนั้น อาจเกิดจากสิ่งดีๆ ในชีวิตก็ได้ เช่น การได้เลื่อนตำแหน่งในการทำงาน ฯลฯ คุณเคยสังเกตคนใกล้ชิดหรือคนรอบข้างที่อาจมีอาการซึมเศร้าจากโรคอารมณ์แปรปรวนนี้ได้อย่างไร เรามาช่วยพิจารณากันเลยว่าจะมีอาการอะไรบ้าง…. มีสีหน้าเศร้า รู้สึกไม่แจ่มใส ไม่ร่าเริง บางครั้งอาจตื่นเต้นและตกใจง่าย กระวนกระวายหรือหงุดหงิดง่าย มีปัญหาในการจำ สมาธิหรือการตัดสินใจช้า นอนไม่หลับ ตื่นนอนเร็วกว่าปกติหรือนอนมากกว่าปกติ เบื่ออาหาร ผอมลงหรือรับประทานจุและอ้วนขึ้น ไม่อยากพบหรือพูดคุยกับใคร ไม่สนใจอยากทำกิจกรรมซึ่งเคยชอบทำในภาวะปกติ





