โรคไบโพลาร์หรือที่เรียกว่าโรคอารมณ์สองขั้วนั้นเป็นอาการป่วยทางจิตและทางอารมณ์

ในประเทศไทยมีผู้ป่วยถึง 1.2% ของประชากร นั่นคือประมาณ 720,000 คน

ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี และผู้ป่วยร้อยละ 25 เกิดอาการครั้งแรก

ก่อนอายุ 20 ปี และพบได้ตั้งแต่เด็ก 5-6 ขวบ ถึงวัยชรา 80 ปี

โรคนี้ทั้งชายและหญิงมีสิทธิ์เป็นได้เท่าๆกัน แต่มีผู้ป่วยจำนวนมากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง เนื่องจากโรคนี้วินิจฉัยยาก กว่าจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ก็เกิดความเสียหายต่อผู้ป่วยและครอบครัวอย่างใหญ่หลวงแล้ว โดยที่ตัวผู้ป่วยเองและครอบครัวก็ไม่รู้ไม่เข้าใจว่าผู้ป่วยเป็นอะไร

เมื่อผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าป่วย โดยเฉพาะในช่วงแรกขณะที่อาการยังไม่มาก ผู้ป่วยไม่ตระหนักว่า ตนเองค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จะหายดีได้ก็จำเป็นต้องมีคนที่เข้าใจและรู้ว่าอาการเหล่านี้คือ โรคจิตเวชชนิดหนึ่ง พาไปพบจิตแพทย์ เริ่มต้นกระบวนการบำบัดรักษา บุคคลนั้นอาจจะเป็นเพื่อนหรือญาติก็ได้ ความเข้าใจของคนใกล้ชิดและญาติมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจที่จะรักษา ให้ตนเองกลับเป็นปกติ ญาติยังมีส่วนสำคัญในการสังเกตว่าผู้ป่วยกำลังจะกลับป่วยซ้ำหรือไม่
การใช้ยารักษาและการฟื้นฟูสภาพจิตเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาผู้ป่วยทางจิต แต่ขั้นตอนที่สำคัญกว่าและยากยิ่งกว่าหลังจากนั้นก็คือการพลิกฟื้นจากตราบาปของการป่วยทางจิตไม่เพียงผู้เคยป่วยเท่านั้น แต่ญาติและครอบครัวของคนเหล่านี้ยังจำเป็นต้องได้รับโอกาสและการสนับสนุน ให้ตระหนักว่า คุณค่าแห่งชีวิตของตนยังดำรงอยู่ครบถ้วน ยังต้องได้รับโอกาสที่จะเข้าใจอีกด้วยว่า การมีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคจิตเวชไม่ใช่เรื่องน่าอับอายหรือน่าดูหมิ่น
แม้โรคไบโพลาร์เป็นโรคที่เข้าใจยาก แต่สังคมก็คงต้องเรียนให้รู้และเข้าใจ อย่างน้อยที่สุด ก็ในขั้นพื้นฐานว่าโรคไบโพลาร์และโรคจิตเวชโดยรวมเป็นโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทบางประเภทในสมอง รักษาได้เช่นเดียวกับโรคอื่นๆ ผู้ป่วยไม่ได้ป่วยเพราะไปทำสิ่ง น่าละอายใดๆ ผู้ป่วยโรคจิตเวชเป็นสมาชิกคนหนึ่งเช่นเดียวกับทุกคนในสังคม ดังนั้น จึงไม่ควร ตีตราบาปผู้ป่วยอย่างไร้สติปัญญาและความยุติธรรม ในทำนองที่ว่าผู้ป่วยควรค่าแก่การนับถือน้อยกว่าคนอื่นๆ หรือครอบครัวของผู้ป่วยมีปัญหาและเป็นตัวการสร้างปัญหา เป็นต้นเหตุให้ผู้ป่วยต้องเป็นโรคทางจิตเวช
การฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยให้ความรู้กับตัวผู้ป่วยและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วย มีกำลังใจในการที่จะต่อสู้กับโรค รู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว และมาถึงทางตัน ทั้งผู้ป่วยและญาติอื่นๆ อีกจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน พร้อมจะเป็นกำลังใจให้กันและกัน ด้วยว่าจะมีใครเข้าใจและให้โอกาสแก่คนที่เป็นโรคนี้ได้เท่าผู้อยู่กับโรคนี้เอง
เราจึงคิดตั้งชมรมเพื่อนไบโพลาร์ขึ้น เพื่อเป็นที่รวมของผู้อยู่กับโรคไบโพลาร์และกัลยาณมิตรร่วมทาง ให้สมาชิกได้มาร่วมแรงร่วมใจกันทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อกลุ่มเพื่อนไบโพลาร์ ต่อชุมชน และเพื่อสังคม

0saves
If you enjoyed this post, please consider leaving a comment or subscribing to the RSS feed to have future articles delivered to your feed reader.