ความรู้เรื่องโลก
ในชีวิตของคนทุกคนอาจจะไม่เคยสัมผัสหรือรู้จักโรคจิตเวชที่เรียกว่าโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder) หรือ โรคอารมณ์แปรปรวน (Manic – depressive disorder) คุณรู้หรือไม่ว่าโรคนี้จะมีอาการคือ จะมีความผิดปกติทางอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรม คนที่เป็นโรคไบโพลาร์จะมีการเปลี่ยนอารมณ์ไปมาระหว่างอารมณ์คึกคักเกินเหตุ (Mania) สลับกับอารมณ์ซึมเศร้า (Depression) เพราะมีอาการสุดขั้ว 2 อย่าง จึงทำให้เรียกชื่อโรคนี้ว่าโรคไบโพลาร์ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันทั่วไป บางคนมีทั้งอารมณ์ 2 อารมณ์ในเวลาเดียวกัน ที่เรียกว่าภาวะอารมณ์ผสม (Mixed Episode)
คุณทราบหรือไม่ว่าสาเหตุของโรคไบโพลาร์เกิดขึ้นได้อย่างไร…..

การเกิดโรคไบโพลาร์อาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ รายละเอียดด้านล่างอาจทำให้คุณเข้าใจสาเหตุของการเกิดโรคจิตเวชได้มากยิ่งขึ้น
P พันธุกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าคนทุกคนที่ได้รับยีนส์จะต้องเป็นโรคจิตเวชเสมอไป
P ความผิดปกติในการหลั่งสารเคมีในสมอง เมื่อมีสารสื่อประสาทมากหรือน้อยเกินไป ก็จะมีผลกระทบต่อเซลล์ประสาทในสมอง ทำให้การสื่อสารข้อมูลต่างๆ ถูกรบกวน ซึ่งมีผลทำให้เกิดปัญหาด้านจิตใจ อารมณ์ และร่างกาย
P การที่สมองถูกทำลายและการทำงานของสมองเสื่อมถอย
P ความเครียด และความวิตกกังวล มีผลกระทบอย่างมากต่ออารมณ์ มักจะเร่งให้เกิดอาการของโรคจิตเวช คุณรู้หรือไม่ว่าความเครียดนั้น อาจเกิดจากสิ่งดีๆ ในชีวิตก็ได้ เช่น การได้เลื่อนตำแหน่งในการทำงาน ฯลฯ

คุณเคยสังเกตคนใกล้ชิดหรือคนรอบข้างที่อาจมีอาการซึมเศร้าจากโรคอารมณ์แปรปรวนนี้ได้อย่างไร เรามาช่วยพิจารณากันเลยว่าจะมีอาการอะไรบ้าง….

  • มีสีหน้าเศร้า รู้สึกไม่แจ่มใส ไม่ร่าเริง บางครั้งอาจตื่นเต้นและตกใจง่าย กระวนกระวายหรือหงุดหงิดง่าย
  • มีปัญหาในการจำ สมาธิหรือการตัดสินใจช้า
  • นอนไม่หลับ ตื่นนอนเร็วกว่าปกติหรือนอนมากกว่าปกติ
  • เบื่ออาหาร ผอมลงหรือรับประทานจุและอ้วนขึ้น
  • ไม่อยากพบหรือพูดคุยกับใคร ไม่สนใจอยากทำกิจกรรมซึ่งเคยชอบทำในภาวะปกติ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยหน่ายและไม่มีแรงจะทำอะไร อยากอยู่เฉยๆ
  • รู้สึกตนเองไร้ค่าหรือสิ้นหวังหรือคิดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ บางครั้งพูดเรื่องอยากตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย
  • คุณสังเกตอาการของคนเป็นโรคไบโพลาร์ทั้งภาวะแมเนียและภาวะซีมเศร้าได้อย่างไร

อาการ

ภาวะแมเนีย

ภาวะซึมเศร้า

อารมณ์ - ตื่นเต้นครื้นเครง -  อารมณ์เศร้าร้องไห้
    มากเกินไป    โดยไม่ทราบสาเหตุ
ความคิด -  ดื้อดึงไม่รับฟังใคร -  หมดหนทางจนตรอก
  -  ความคิดไม่ต่อเนื่อง     และรู้สึกผิด
     สมาธิไม่ดี -  คิดช้า  ลังเล
  -  คิดเกินจริง  สำคัญตนเองผิดและ    มั่นใจ -  ท้อแท้มองโลกในแง่ร้าย
     ในตนเองมากเกินไป - แนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายสูง
พฤติกรรม -  ช่างพูด  พูดเร็วมาก -  หมดความสนใจ
  -  พูดเสียงดัง  อาจหาญ   ในหลายๆ สิ่ง
  -  ใช้จ่ายอย่างเมามัน -  เฉื่อยชา
  -  หุนหันพลันแล่น    ไม่อยากสุงสิงกับใคร
     มักจะตัดสินใจอย่าง
     ไม่ฉลาดในทางธุรกิจ
ร่างกาย -  นอนน้อย -  นอนไม่หลับหรือนอนมาก
  -  ความต้องการทางเพศสูง -  ต้องการทางเพศลดลง
-  เจริญอาหารแต่น้ำหนักลดลง -  เบื่ออาหารหรืออยากกิน
   อาหารมากโดยทันที
-  รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา

เมื่อรู้เรื่องโรค ก็ต้องรู้เรื่องการใช้ยาอย่างเหมาะสม

  • ไม่ควรหยุดยาเองโดยทันที หรือขาดยาแม้แต่มื้อเดียว เพราะอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ อาการซึมเศร้าหรือคึกคักเกินเหตุอาจกลับเป็นซ้ำได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อแนะนำวิธีหยุดยาอย่างเหมาะสม
  • ยาอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้หลายอย่าง ควรปรึกษาเรื่องเหล่านี้กับแพทย์ หรือควรอ่านรายละเอียดจากเอกสารกำกับการใช้ยา
  • ควรรับประทานอย่างต่อเนื่องแม้ว่าอาการจะกลับสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม เพราะการหยุดรับประทานยา อาจมีผลให้อารมณ์ผิดปกติ หลายคนมักจะทดลองหยุดยาเพื่อดูว่าจะเกิดอาการผิดปกติอย่างไรกับตนเอง ซึ่งเป็นวิธีไม่ถูกต้อง ถ้าต้องการจะปรับหรือเปลี่ยนยา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

เรามาดูกันว่านอกจากยาแล้ว เราสามารถรักษาหรือมีวิธีการบำบัดด้วยอะไรได้บ้าง….

จิตบำบัดสามารถปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy)
ช่วยให้รับรู้กระบวนการคิดที่ผิดปกติในขณะเกิดอารมณ์ต่างๆ ช่วยปรับระบบความคิดให้อยู่ในโลกของความเป็นจริงและถูกต้อง รวมทั้งปรับปฏิกิริยาที่แสดงออกให้เหมาะสมกับกระบวนความคิด

ครอบครัวบำบัด (Family – Focused Therapy)
ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวปรับตัวเข้ากับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้และรู้วิธีให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

จิตบำบัดเพื่อสัมพันธภาพระหว่างบุคคล (Interpersonal or Social Rhythm Therapy)
ช่วยสอนให้ทำกิจวัตรประจำวันอย่างเหมาะสมและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม

สุขภาพจิตศึกษา (Psychoeducation)
เป็นการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยที่เกี่ยวกับอาการซึมเศร้าในโรคอารมณ์แปรปรวนและวิธีการรักษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

คนในครอบครัว สามารถช่วยผู้ที่เป็นโรคอารมณ์แปรปรวนได้อย่างไรบ้าง….

ต้องเป็นกำลังใจ ให้การสนับสนุนในการรักษาและการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย
ร่วมมือกับผู้ป่วยในการบำบัดรักษาโดยไปพบแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
ถ้าอยู่ร่วมกับผู้ป่วยควรช่วยให้เขาดำเนินชีวิตประจำวันแบบเดิมอย่างต่อเนื่อง
ถ้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสารมารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวชตามโรงพยาบาลที่มีแผนกจิตเวชทุกแห่ง

0saves
If you enjoyed this post, please consider leaving a comment or subscribing to the RSS feed to have future articles delivered to your feed reader.